Close

ศูนย์การค้าริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อกร่วมมือกับพิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งไทเป (NPM) จัดแสดงนิทรรศการในรูปแบบดิจิทัลเป็นครั้งแรกในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้และครั้งแรกในประเทศไทย

“ริเวอร์ ซิตี้ ศูนย์กลางแห่งศิลปะและวัตถุโบราณของเอเชีย

เปิดพื้นที่แสดงงานศิลป์ร่วมสมัย เจาะตลาดคนรักศิลปะรุ่นใหม่

จัดแสดงนิทรรศการศิลปะจีนด้วยมัลติมีเดียครั้งแรกในไทย

 

ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก ปักหมุดศูนย์กลางงานศิลปะและวัตถุโบราณแถวหน้าของเอเซีย  รุกจัดแสดงนิทรรศการศิลปะจีนระดับโลกผ่านเทคโนโลยีมัลติมีเดียครั้งแรกในไทย ตั้งเป้าดึงนักสะสมและคนรักศิลปะรุ่นใหม่เข้าชม  

คุณลินดา เชง กรรมการผู้จัดการ  ศูนย์การค้าริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก เปิดเผยว่า หลังจากทีมบริหารศูนย์การค้าริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อกได้ปรับโฉมให้ชั้นสอง ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางของศิลปะมากว่า 33 ปี ให้กลายเป็นพื้นที่จัดแสดงศิลปะร่วมสมัย และหัตถกรรมพื้นบ้านโดยร่วมกับ แกลเลอรี่ ผู้จัดงานอีเว้นท์ สถานทูต และมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อนำเสนอนิทรรศการศิลปะและวัฒนธรรม จัดแสดงภาพถ่าย ภาพวาด และประติมากรรม รวมถึงพื้นที่สำหรับฉายภาพยนตร์ ตลอดจนการจัดประชุมสัมมนา ภายใต้กระแสความนิยม “ชุมชนสร้างสรรค์”
ที่กำลังได้รับความในใจในสังคมเมืองหลวงของกลุ่มคนรุ่นใหม่ กิจกรรมเหล่านี้ช่วยทำให้ผู้รักศิลปะจดจำแบรนด์
ได้ดียิ่งขึ้น

โดยล่าสุดศูนย์การค้าริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อกร่วมมือกับพิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งไทเป (NPM) ที่รวบรวมศิลปะวัตถุโบราณล้ำค่าของจีนกว่า 700,000 ชิ้นซึ่งนับว่ามากที่สุดในโลก นำภาพวาดและศิลปะวัตถุล้ำค่ามาจัดแสดงนิทรรศการในรูปแบบดิจิทัลเป็นครั้งแรกในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้และครั้งแรกในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม จนถึงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 ณ ห้องศิลปะร่วมสมัย ชั้น 2 ศูนย์การค้าริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก

“ในการปรับพื้นที่ชั้นล่างของอาร์ซีบี อาร์ทเทอรี และขยายด้านหน้าของอาคารในช่วงกลางปี 2016 รวมถึง การเปิดพื้นที่เพื่อศิลปะที่ชั้น 2 เพื่อแสดงนิทรรศการศิลปะร่วมสมัย ถือเป็นการเสร็จสมบูรณ์ของเฟสที่ 2  ในช่วงนี้ศูนย์การค้าริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อกได้ทำงานร่วมกับเจ้าของแกลเลอรี่ ผู้จัดงานอีเว้นต์ สถานทูต และมหาวิทยาลัยต่างๆ  ซึ่งจะช่วยดึงดูดผู้เข้าชมให้หลากหลายมากขึ้น รวมถึงคนรุ่นใหม่ด้วย ทั้งยังได้เปิดโอกาสให้น้องใหม่
ในวงการศิลปะได้เข้าชมนิทรรศการคุณภาพ และร่วมกิจกรรมเกี่ยวกับศิลปะมากขึ้น ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ศูนย์การค้า ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก กลายเป็นจุดหมายปลายทางของทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศรวมถึงนักท่องเที่ยวที่ชอบงานศิลปะชั้นเลิศ

นอกจากนี้หนึ่งในจุดแข็งของศูนย์การค้าริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก คือเรามีความเชี่ยวชาญด้านวัตถุโบราณมากว่า 33 ปี  และเราได้ขยายความสนใจไปสู่ศิลปะร่วมสมัย นั่นจึงทำให้เราเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับนักสะสมศิลปะหน้าใหม่ด้วยเช่นกัน” คุณลินดา เชง กรรมการผู้จัดการศูนย์การค้าริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก กล่าว

ในขณะเดียวกัน ศูนย์การค้าริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก ยังได้ปรับปรุงพื้นที่สำหรับร้านสินค้า Antique  ให้เป็นศูนย์กลางของการซื้อขายแลกเปลี่ยนสำหรับนักท่องเที่ยว นักสะสม และผู้ค้าขายจากตลาดเอเชีย โดยมีสัดส่วนของลูกค้า 50% เป็นชาวเอเชีย นำโดย ไต้หวัน ฮ่องกง จีน มาเลเซีย เวียดนามและสิงคโปร์ 30% เป็นคนไทย และอีก 20% เป็นชาวยุโรป โดยศูนย์การค้าริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก ไม่เพียงเป็นที่หมายของผู้รักงานศิลปะเท่านั้น หากแต่ยังเป็นจุดผ่านสำคัญของการท่องเที่ยว และพักผ่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีท่าเรือสามท่า  มีท่าเรือขนส่ง เรือนักท่องเที่ยว และเรือล่องรับประทานอาหารค่ำ ในทุกวัน ส่งผลให้ศูนย์การค้าริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก มีผู้มาเยี่ยมเยียนถึง 7,000 คน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศูนย์การค้าริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก เป็นสมาชิกของแบงค็อก ริเวอร์ พาร์ทเนอร์ส (เจ้าของธุรกิจ) ได้ร่วมมือกับมูลนิธิชุมชนสร้างสรรค์ (ชุมชน) ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวริมน้ำเจ้าพระยา ให้เป็นจุดหมายแห่งการพักผ่อนและท่องเที่ยวของนักเดินทางจากทั่วโลก