news 03 Jan 2018

บทสัมภาษณ์ คุณยุทธชัย CEO Italthai Group ผ่านหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ


 

สวมบท “ผู้บริหารหนุ่ม” ตั้งแต่อายุยังน้อยจริงๆ สำหรับ“ยุทธชัย จรณะจิตต์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท อิตัลไทย เมื่อต้องมารับไม้ต่อสานอาณาจักรหมื่นล้าน ของครอบครัวแบบปัจจุบันทันด่วน หลังสูญเสียบิดา อดิศร จรณะจิตต์

ผ่านไป 15 ปี เส้นทางของซีอีโอหนุ่ม สร้างการเปลี่ยนแปลงให้กลุ่มอิตัลไทยอย่างมาก และยิ่งเห็นการเดิมเกมขับเคลื่อนธุรกิจ“เชิงรุก”ยิ่งขึ้น หลังองค์กรล่วงเข้าสู่อายุ 62 ปี บนเป้าหมายที่ท้าทายของเขาที่ต้องการนำธุรกิจให้เติบโต “เท่าตัว” อีก 2 ปีจากนี้

ยุทธชัย ฉายภาพอาณาจักรอิตัลไทย ให้กรุงเทพธุรกิจฟังว่า เป็นการดำเนินธุรกิจหลากหลายประกอบด้วย 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ กลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมเครื่องจักรกล กลุ่มธุรกิจรับเหมาก่อสร้างแบบครบวงจร กลุ่มธุรกิจอตสาหกรรมบริการ และกลุ่มธุรกิจไลฟ์สไตล์โดยในปี 2560 เขาประเมินว่า ฝั่งก่อสร้างอยู่ในอาการ “น่าเป็นห่วง” เพราะการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ (เมกะโปรเจค) ของรัฐ ส่วนมากยังอยู่ในกระดาษ ไม่ตอกเสาเข็ม จึงกระเทือนการขายสินค้าอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลหนัก สวนทางกับกลุ่มธุรกิจในอุตสาหกรรมบริการ อย่างธุรกิจโรงแรม (ดำเนินธุรกิจบริหารจัดการโรงแรมภายใต้การดูแลและบริหารจัดการโดยออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ยังบริหารหลากหลายโครงการภายใต้แบรนด์ อมารี โอโซ่ และชามา) และกลุ่มธุรกิจไลฟ์สไตล์อย่างร้านชาทีดับเบิลยูจีที การจำหน่ายเครื่องดื่มพรีเมียมจากต่างประเทศ ยังไปในทิศทางขาขึ้น แม้ยอดขายธุรกิจชา จะหดตัวบ้าง จากการแข่งขันสูง แต่ภาพรวมทั้งปียังดี

ทำให้ที่ผ่านมาอิตัลไทย เดินหน้าลงทุน3,000ล้านบาท ขยายกิจการโรงแรมทั้งในและต่างประเทศรวม 7-8แห่ง โดยหวังจะเป็นจุดหมายปลายทาง(Destination)ของนักเดินทาง เช่น พัทยา ,ภูเก็ต ,กุ้ยหลิน ประเทศจีน ,วังเวียง ประเทศลาว,กอลล์ ประเทศศรีลังกา ภายใต้แบรนด์อมารีเป็นต้น และมีเป้าหมายจะขยายโรงแรมให้มากขึ้นอย่างน้อยปีละ10โรง เพื่อสร้างการเจริญเติบโตอย่างแข็งแกร่งให้กับอาณาจักรอิตัลไทย  ยุทธชัย บอกว่า จากธุรกิจที่หลากหลายทำให้ธุรกิจของอิตัลไทยเคลื่อนไหวสูงมาก องค์กรจึงต้องปรับตัว ตลอดเวลา โดยปีนี้มีไฮไลท์สำคัญคือการนำ แมนดาริน โอเรียนเต็ล" โรงแรมเก่าแก่ 140ปีของตระกูล และสร้างรายได้ปีละราว 2,000ล้านบาท มารวมอยู่ภายใต้ชายคา “อิตัลไทย” อย่างเป็นทางการ

พร้อมกันนี้ ได้ลงทุนครั้งใหญ่รอบ 10ปี ด้วยงบ 2,000 ล้านบาท ปรับโฉมโรงแรมฝั่งริมแม่น้ำแห่งนี้ ที่มีจำนวน 330 ห้องพักใหม่ทั้งหมด เพื่อดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายใน1ปีครึ่ง

เดิมเราดูแลกลุ่มโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล ในฐานะกรรมการบริหาร(บอร์ด)โดยมีคุณแม่(นิจพร จรณะจิตต์)เป็นประธาน ส่วนผมเป็นผู้อำนวยการ การผนวกโอเรียนเต็ลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอิตัลไทยทำให้การสื่อสาร การวางแผนธุรกิจจะมีระบบและชัดเจนยิ่งขึ้น”  

การปรับปรุงโรงแรมแห่งนี้ ยังเป็นการขานรับกับโปรเจคริมแม่น้ำเจ้าพระยาของทุนใหญ่เมืองไทยไม่ว่าจะเป็นไอคอนสยาม ของกลุ่มซีพี-สยามพิวรรธน์,เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์1และ2ของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี และหอชมเมืองกรุงเทพมหานคร เป็นต้น

ด้านธุรกิจไวน์นำเข้า “ยุทธชัย” เล่าว่า จะมีการขมวดมาอยู่บริษัทเดียวกับร้านชาดับเบิลยูจีที และวางแผน 5 ปีข้างหน้า ปรับโครงสร้างและพอร์ตลิโอสินค้าใหม่

โดยร้านทีดับเบิลยูจีที ยังเจรจากับเจ้าของแบรนด์หรือแฟรนไชส์ซอว์ เพื่อขยายการลงทุนร้านเพิ่ม 3-4 สาขา แต่ปรับโมเดลใหม่ให้เล็กลงต่ำกว่า 200 ตารางเมตร(ตร.ม.) จากเดิม250ตร.ม.ต่อสาขา รวมถึงโฟกัสทำเลในโรงแรมของกลุ่มออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ปมากขึ้น ด้วยโมเดลร้านขนาด100ตร.ม. แทนการเปิดในห้างค้าปลีก จะช่วยลดต้นทุนการสร้างสาขาลงเหลือ10ล้านบาท จาก40-50ล้านบาท

เป็นจังหวะดีที่จะนำร้านชาทีดับเบิลยูจีทีไปผนึกกับธุรกิจโรงแรม เพื่อลดต้นทุน กลับกันการลงทุนใหม่จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย จะไม่ลงทุนหน้ามืดเหมือนที่ผ่านมา

ส่วนกลุ่มธุรกิจอื่น เช่น อุตสาหกรรมเครื่องจักรกล จะทยอยนำผู้บริหารใหม่มาเสริมทีมพร้อมไปกับการปรับเปลี่ยนผู้บริหาร และเปลี่ยนกลยุทธ์การเคลื่อนธุรกิจจากยึดสินค้าเป็นศูนย์กลาง มาสู่การยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลางมากขึ้น สร้างความหลากหลายให้พอร์ตโฟลิโอเครื่องจักรกล

นอกจากนี้ ยังจะปัดฝุ่นคุณค่าหลัก (Core value) องค์กรอีกครั้ง ด้วยการดึงบริษัท ทาวเวอร์ส วัทสัน(Towers watson) 1ในยักษ์ใหญ่ด้านที่ปรึกษาทรัพยากรบุคคลของโลก(Global HR consulting firm)มาเป็นที่ปรึกษาในการกำหนดกรอบการพัฒนาอาชีพ ความสามารถของพนักงาน และการพัฒนาผู้นำขององค์กร

อิตัลไทยมีพนักงานราว 5,000 คนเมื่อองค์กรมีเป้าหมายชัดเจน จึงต้องลงทุนสร้างคน มีรางวัลชัดเจนให้แก่พนักงานทุกคน ต้องขับเคลื่อนองค์กรให้รู้หน้าที่ตนเอง คนที่อยู่อิตัลไทยในอนาคตต้องกระตือรือร้น เฉื่อยไม่ได้ ส่วนตัวผมเองต้องแอคทีฟมากขึ้นอีก เพื่อเป็นต้นแบบให้คนในองค์กร

อีกหนึ่งการพลิกบทบาทองค์กรคือ จะเห็นการนำบริษัทในเครือเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ขณะนี้ได้ที่ปรึกษาทางการเงินอิสระเรียบร้อยแล้ว ส่วนบริษัทที่จะดันเข้าตลาดก่อน คาดว่าจะเป็นกลุ่มธุรกิจรับเหมาก่อสร้างแบบครบวงจร ภายใต้ บริษัท อิตัลไทยวิศวกรรม จำกัด ส่วนกลุ่มโรงแรม คงต้องรอให้มีโปรเจคครบ100 แห่งก่อน

เหตุผลการเข้าตลาดเพราะต้องการแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ ต้องการให้บริษัทมีโปรไฟล์ มีโครงสร้างธุรกิจที่ดี มีธรรมาภิบาล เพิ่มความมั่งคั่งให้ผู้ถือหุ้น และเป็นองค์กรที่คนเก่งต้องการร่วมงาน

ยุทธชัย ยังบอกด้วยว่า แม้เขาจะเข้ามาบริหารอาณาจักรช่วงรอยต่อผู้นำ แต่สิ่งที่เขาบริหารงานคล้ายผู้นำรุ่นก่อน เช่น คุณตา(นายแพทย์ชัยยุทธ กรรณสูตร ผู้ก่อตั้ง) คือการใส่ใจและลงในรายละเอียดงาน วิเคราะห์ข้อมูลจากสถิติ ตัวเลข และมองแนวโน้มตลาดมากขึ้น ขณะที่บิดาดูภาพรวมทั้งองคาพยพ และบริหารความสัมพันธ์

ผมก็ต้องเล่นบทนั้นด้วย เป็นลูกผสมที่ใช้ฝีมือ ดูรายละเอียด ภาพใหญ่ ท้ายที่สุดต้องผลักดันสู่ภาพใหญ่มองทิศทางเชิงรุกในการปรับตัวมีการคาดการณ์และปรับคาดการณ์ใหม่ตลอดเวลาโดยรวมคือการทำงานที่ต้องยืดหยุ่นสูง(Dynamic management)”

สำหรับความสำเร็จของผู้ก่อตั้ง บิดา มารดาที่ผ่องถ่ายถึงยุทธชัย เขายกให้การเป็นผู้ก่อตั้งวางรากฐานธุรกิจให้แกร่ง ขณะที่ความท้าทายในการขับเคลื่อนธุรกิจยุคนี้ มองไปที่ความรวดเร็วหรือ Speed เพราะการเปลี่ยนแปลงในบริบทต่างๆเร็วมาก โดยเฉพาะพฤติกรรมผู้บริโภคที่คาดเดายาก จึงจำเป็นต้องพัฒนา“บุคลากร”ให้มีความสามารถและรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง

โลกปัจจุบัน "เทคโนโลยี" ยังเข้ามามีบทบาทมากขึ้นทั้งเชิงบวกและเชิงลบ ธุรกิจของอิตัลไทยก็ต้องปรับตัว โดยเฉพาะในธุรกิจโรงแรม การจองโรงแรมของนักเดินทางวันนี้ผ่าน“ตัวกลาง”มากมาย บริษัทก็ต้องยอมเข้าไปแจมช่องทางดังกล่าวจ่ายค่าธรรมเนียมให้กับ OTA (Over The Air) เพื่ออยู่ในสมรภูมิดังกล่าว

ขณะเดียวกันยังใช้ดิจิทัลสร้างประโยชน์ นำซอฟต์แวร์มาจับ“ความเห็นเชิงลบ”เพื่อแก้ไขการบริการตอบสนองกลุ่มเป้าหมายให้ตรงจุดยิ่งขึ้น

ดิจิทัลหลักๆนำมาใช้กับธุรกิจโรงแรม วิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค ต้องมอนิเตอร์ความเห็นของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายแบบเรียลไทม์ เพื่อตอบสนองความต้องการอย่างรวดเร็ว นำข้อมูลที่มีมหาศาล(Big data)มาวิเคราะห์ ต่อยอดสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า(CRM)เพราะธุรกิจบริการอย่างโรงแรมการทำตลาดตรงนี้สำคัญมาก ส่วนธุรกิจอุตสาหกรรมฯมีศูนย์กลางข้อมูลที่จะช่วยให้การทำงานบริการมีประสิทธิภาพมากขึ้น

กุมบังเหียนธุรกิจมานาน เป้าหมายองค์กรสู่ทศวรรษที่7ยุทธชัย มองไปที่ ขนาดธุรกิจที่ต้องใหญ่ขึ้น เป็นกลุ่มบริษัทที่อาจมีรายได้ยังไม่ถึงแสนล้าน แต่หลายหมื่นล้าน ต้องมีโรงแรมในต่างประเทศ100แห่ง ภายใน5ปี ครอบคลุมตลาดเอเชียแปซิฟิก มีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศ 30% จากปัจจุบัน10%

ยิ่งกว่านั้นคือกำไรเมื่อบริษัทมีเป้าหมายต้องการทำรายได้แตะ3หมื่นล้านบาทในปี2564 ที่ผ่านมาความสามารถทำกำไรยังไม่ถึง10% เพราะอยู่ในโหมดลงทุน แต่จากนี้ไปคนทำงานในองค์กรจะต้องช่วยกันมุ่งสร้างกำไรให้ขยายตัวยิ่งขึ้น

ติดตามอ่านข่าวได้ที่ http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/786988

Relate News

NEWS
16 Jan 2018

ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ขยายฐานร่วมธุรกิจกับ เจอาร์ คิวชู ประกาศเปิดตัวชามา เลควิว อโศก กรุงเทพฯ

​ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป บริษัทบริหารจัดการโรงแรมและเซอร์วิส ...

NEWS
03 Jan 2018

บทสัมภาษณ์ คุณยุทธชัย CEO Italthai Group ผ่านหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

สวมบท “ผู้บริหารหนุ่ม” ตั้งแต่อายุยังน้อยจริงๆ สำหรับ“ยุทธชัย ...

NEWS
22 Dec 2017

อิตัลไทยอุตสาหกรรม พาลูกค้าเยี่ยมชมโรงงาน Volvo ประเทศเกาหลีใต้

เร็วๆ นี้ บริษัท อิตัลไทยอุตสาหกรรม จำกัด และวอลโว่ พาลูกค้าเยี่ยมชม ...